| ball_onimaru_pr...'s profile~BaLL_Pe44_ONiMaRu_THaKa...PhotosBlogLists | Help |
|
December 14 Unloveable - Mild bandUnloaveable? - Mild
ก็รู้ว่าฉันไม่มีความหมาย ก็รู้ว่าคงเป็นไปไม่ได้ ยิ่งนานเท่าไหร่ยิ่งหมดหวัง เมื่อเธอไม่เคยจะหันมองที่ฉัน และไม่มีแม้วันที่เธอจะหันมาสนใจ และก็รู้ไม่นานเท่าไหร่เธอก็คงต้องไปจากฉัน * แต่ตอนนี้ยังมีเวลา ให้ฉันจะหาเหตุผลดีๆ มาฉุดรั้งเธอตอนนี้แต่ก็รู้ดีไม่มีหวัง * ** ต่อให้ฉันจะรักเธอมากเท่าไหร่ แต่ก็รู้ว่าเธอคงจะไม่สนใจ ก็ยังฝันไปและยังคงหวังเอาไว้ข้างในจิตใจ ว่าซักวันเธอจะมีฉัน แต่ก็รู้เป็นไปไม่ได้ เมื่อเธอคิดว่าฉันไม่ใช่ แต่ก็ไม่เป็นไร ก็อยากจะขอมีเธอเรื่อยไปในใจไปอีกแสนนาน ** และแม้สิ่งที่ฉันทำวันนี้ อาจไม่ทำให้เธอได้รู้สึกดี สิ่งที่ใจเธอพอจะมีก็เพียงแต่ความรำคาญ ก็อยากจะขอให้เธอได้ฟังเอาไว้ บทเพลงสุดท้ายที่ฉันตั้งใจจะมอบให้ไป ที่กลั่น ออกมาจากใจ และมีให้เธอคนเดียวเท่านั้น *,** ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ กว่าที่ฉันจะลบเธอจากใจ กว่าที่ความทรงจำดี ๆ มันจะเลือนหาย กว่าจะได้รักใครอีกครั้ง... ** เมื่อเธอคิดว่าชั้น ไม่ใช่ ก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่ฉันจะยังหายใจ จะรักเธอไปตลอดกาล.. November 22 Long time? - Mild bandอีกนานไหม - Mild
อะไร ๆ เดิม ๆ ที่มีอยู่ * อย่าบอกฉันว่ามันหายไป พรุ่งนี้จะเป็นยังไงถ้าพบเธอ ซ้ำ *, ** ก็เพราะว่าฉันยังต้องการเธอ November 01 Ying Rak Ying Jebพยายามทำใจท่องเอาไว้เลย *ทำต่อกันเหมือนฉันไม่ดีไม่มีค่าอะไร **บอกกับฉันว่าเธอไม่รักก็จบ บอกกับฉันว่าเธอไม่รักก็พอ มองดูปฏิทินเปลี่ยนไปทุกวัน (*,**) October 26 Pai - PangungMae Hong Son--- Pai – Pangung
Member in this trip
1. P’ Ple แห่ง Double enjoy
2. Ball
3. MangPor
4. Pae
5. Earn
6. Tar Tarrr
7. P’ X
8. N’ Mike
วันที่ 1 (22/10/2551)
16.30 : ออกจากบ้านไปเจอ Mangpor ที่ BTS อารีย์
17.15 : MangPor ยังไม่มาเลยแวะหาไรลองท้องก่องดีฝ่า(เลยหม่ำ สเต็กไก่ + มะกะโรนี อย่างอร่อยเหาะ) ฆ่าเวลา
18.30 : Goto BTS สนามเป้า(จุดนัดหมาย) รถติดมากมายเลย late กานไปหมด(ปกติจาเริ่มเดินทาง 19.00)
20.00 : เริ่มออกเดินทาง ก็อยู่บนรถตู้อ่านะ นั่งยาวเลยจนเข้าสู่วันใหม่)
วันที่ 2 (23/10/2551)
6.00 : ถึง จ. แม่ฮ่องสอน แวะกินข้าว + ธุระส่วนตัวที่ ภูสวยน้ำใส พร้อมเดินทางกันต่อไป
แวะพักกานซักพัก เลยแวะถ่ายรูปกานหน่อยสำหรับทะเลหมอก พร้อมทั้งเข้าสู่ห้วยน้ำดัง(ถ่ายรูปกานอย่างเอร็ดอร่อย)
แล้วเดินทางต่อ
10.00 : แวะถ่ายรูปที่สะพานประวัติศาสตร์
10.30 : ไปนั่ง ชิวๆกานที่ร้าน Coffee In Love
11.30 : ท่องเที่ยวเป็นกระศัย ก้อไปทำบุญกานบ้างดีก่า เลยเข้าสู่วัดน้ำฮู ไหว้พระเป็นสิริมงคล
11.45 : เดินทางมาถึงบ้านสันติชล ชิมชาอู่หลง พร้อมซัดก๋วยเตี๋ยวยูนานกับเพื่อนเป้(หมดไป 50 B. – ถูกโคตร)
12.30 : ลุยกานต่อที่น้ำตกหมอแปง แต่ฝีมือไม่ถึงอ่า(ถ่ายน้ำตกไม่เป็นสายเลย)
14.00 : ถึงเมืองปายแล้วอ่านะ ท้องชักคำราม เลยแวะไปกินข้าวกันที่ร้านอาหารดวง(อิ่มมากมาย)
แล้วจึงเดินทางไปหาที่พักกาน เริ่มจากบ้านตะวัน ก้อไม่ค่อยน่าพอใจซักเท่าไร กินสีโป้วยังอยู่เลยว่ะ เลย check out
แล้วต่อด้วย กาสลอง ลอร์ด ก้อดันไม่มีพัดลมอีกเน้อ เลยหากันต่อไป สุดท้ายก็ไปจบ Pai Highlands Resort เลยแวะเก็บสัมภาระพร้อมทั้งทำภารกิจ(อาบน้ำ)
17.00 : นัดกานอีกที จาไปกินข้าวแต่ระหว่างทางเลยแวะ วัด…เย็น(จำชื่อไม่ได้) ไปดูพระอาทิดตกกานดีก่า แต่ก้ออย่างว่า เมฆเจ้ากรรมก้อบังอยู่ตลอดเลย แล้วจากนั้น ก้อกินข้าวกานต่อ ตามต่อด้วย Menu กลางคืน shopping ตลาดเมืองปาย
22.00 : กลับถึงห้องแล้วก้อพักผ่อนถามสะดวกกก
วันที่ 3 (24/10/2551)
6.30 : ตื่นได้แล้วเว้ย อาบน้ำทำภารกิจ
8.00 : กินข้าวที่ตลาดเมืองปาย and shopping เก็บตก
9.30 : เดินทางกานต่อเพื่อมุ่งหน้าสู่ปางอุ๋ง
10.30 : ถึงจุดชมวิวปางมะผ้า แวเดินทางต่อ
12.30 : แวะถ่ายรูปกานต่อ ที่ถ้ำปลา จากนั้นก้อกินข้าวกาน แล้วตึงเดินทางเข้าตัวเมืองแม่ฮ่องสอน
14.30 : ไปบุญกานอีกที่วัดจองคำ แล้วจึงเดินทางไปขยส่งแม่ฮ่องสอนเพื่อส่งไอเป้
แต่โชคร้าย เสือกไม่มีรถให้กลับ กทม ซ้างั้น เป้จึงต้องอยู่ต่อไป 555 เป้าหมายถัดไปเดินทางไปวัดพระธาตุดอยกองมู
เลยสาดพระอาทิดกานเข้าไป (อัดมานเข้าไปๆๆๆๆ) พอเริ่มมึนๆ ก้อเกือบ 18.00 อ่า เลยไปที่รักไทยรีสอร์ทจับที่พักกานหน่อย ต้าเหล่าซือ จากนั้นก้อพักผ่อนตัวใครตัวมาน
วันที่ 4 (25/10/2551)
6.30 : เริ่มจากการตื่นทำธุระอีกครั้ง พร้อมจับวิวรอบๆ
8.30 : มาที่หมู่บ้านบ้านรักไทยแวะชิวชาและซื้อของฝากเพิ่มเติม แล้วเส็ดจึงมาต่อที่ปางอุ๋ง เก็บบรรยากาศ
9.30 : เดินทางต่ออีกครั้ง
11.30 : แวะมาที่ภูโคลน ส่งเพื่อนๆไปพอกหน้ากานตามสบาย พร้อมซื้อของฝากเสริมความสวย-หล่อกานตามสบาย
จากนั้นเดินทางมากินข้าวกานที่ร้านใบเฟิร์น พร้อมรับประกาศนียบัตรพิชิตโค้ง
13.00 : เดินทางต่อมุ่งมาสู่เป้าถัดไป
17.30 : ถึงสวนสนบ่อแก้ว (แต่ด้วยประสบการณ์อานอ่อนด้อย เลยถ่ายได้ไม่ค่อยพอใจเท่าไร)
18.15 : ถึงออบหลวง อานนี้จาบ้าตาย มืดตื๋อเลย แล้วจาเก็บภาพไงฟะ แต่ก้อเอาไงเอากาน เท่าที่ได้ละกานวะ(ขาตั้งก้อไม่ได้เอามา)
19.00 : กินข้าวกานที่ร้านน้องแบ๊งค์
20.00 : เดินทางกลับบ้านดีก่า(ล้าแระ) แระก้อถึง กทม เวลา 3.30 ตัวใครตัวมานละกานวะ
August 24 Jim Thompson HouseJim Thompson House
นาย จิม เป็นสถาปนิกชาวอเมริกันเกิดที่เมิงกรีนวิลล์ รัฐเดลาแวร์ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มาอยู่ในไทย
โดยนาย จิม ได้ทำให้ผ้าไหมไทยประสบความสำเร็จเป็นที่รู้จักทั่วโลก และยังได้ก่อสร้างบ้านไทยซึ่งประกอบด้วยไม้สัก 6 หลัง(อายุไม่ต่ำกว่า 200 ปี สำหรับบ้านแต่ละหลัง) ตัวบ้านถูกยกึ้นหนึ่งขั้นเหนือพื้นดินเพื่อป้องกันน้ำท่วมในหน้าฝน นาย จิม ย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านปี 2502 และสะสมศิลปะเรื่อยมาจนเขาตัดสินใจเปิดให้สาธารณะชนเข้าชม โดยนำเงินที่ได้ไปบริจาคการกุศลเกี่ยวกับโครงการทางวัฒนธรรมของไทย วันที่ 26 มีนา 2510 นาย จิม ได้หายสาปสูญในป่าของมาเลเซีย ขณะเดินทางไปพักผ่อน ไม่เคยมีใครรู้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งสถานที่แห่งนี้ยังคงเป็นมูลนิธิที่สำคัญในการสงวนรักษาศิลปะ วัฒนธรรมของไทยต่อมา สถานที่ : ตรงข้ามสนามกีฬา สามารถขึ้น BTS มาลงที่ป้ายสนามกีฬา แ ล้วเดินข้ามมาฝั่งตรงข้ามสนามกีฬาเดินตรงมาเรื่อยๆ(ไม่ต้องไปสยามนะ) แล้วจาเห็นป้ายเองประมาณ 100 m
ค่าเข้าชม : 50 Baht / คน August 16 Train gardenวันที่ 12 สิงหา(วันไม่มีแม่)
วาง plan ไว้ว่าจะไปสวนรถไฟกับคุณโอ๋ ตั้งแต่วันเสาร์ แล้ววันที่ 11 คุงโอ๋โ?รมา cancel ไม่ว่างพอดี
เราก็เลยตัดสินใจต้องไปคนเดียวเพราะเพื่อนเป้กะเพื่อนทิพ ก็มีแม่กันหมด หุหุ ตื ่นมาตั้งแต่เช้า(วันหยุดนะเนี่ย ตื่นซ้าเช้าเลย) 6.30 น. ก้อทำธุรกิจส่วนตัวจนเสด
6.55 น. ออกเดินทางจากหอพัก ขึ้นวินมอไซด์ไปหน้าปากซอลลาซาล(ซิ่งเลยเพ่ กำลังง่วง) โดนจวกไป 7 B. แล้วเดินข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม 7.10 น. ขึ้นรถ ปอ. 507 (สุดยอดชีวิต ไม่ได้ขึ้นรถเมล์ไปไหนคนเดียวตั้งแต่ ปี 4 แล้วนะเนี่ย) และลง BTS อ่อนนุช โดนยิงไปอีก 12 B.
7.20 น. Start บน BTS อ่อนนุช ดิ่งจากต้นสถานีไปปลายสถานี(โอ้แม่เจ้า) โดนค่าเสียหายไปอีก 40 B. แล้วนั่งบน BTS (นานชิบหาย วอดวายวายปล่วง)
8.00 น. ถึงสถานีปลายทางหมอชิต (Next station "Mochit" Terminal station) ลงจากสถานีก็เดินไปถาม Information ว่าจาไปสวนรถไฟอ่า เราต้องไปทางไหนอ่าคับ
ก็ได้รับความช่วยเหลือมาอย่างดีตลอดทาง(ถามไปเรื่อย ใช้ความหน้าด้านบ้าบิ่น) และก็เดินไปเข้าทางสวนจตุจักร แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าหิวว่ะ เพราะมื้อเย็นไม่ได้กิน เลยแวะข้างทางซะหน่อย 8.30 น. เจ้ เจ้ ขอข้าวขาหมูจานเดะ (ก้อมีตามสั่ง และข้าวมันไก่ด้วย แต่อาวอันนี้ละกาน ไม่ทิ้งเผ่าพันตัวเอง) พอข้าวมาปุ๊บ แมร่งสุดยอด
ข้าวเหรอวะเนี่ย รถชาติห่วยชิบ แต่ทำไงได้ มื้อนี้ต้องกินเพื่ออยู่ไปก่อนละวะ(ก้อเ ขมือบ เข้าไปแต่ก้อไม่หมด เพราะคามสุดยอดอร่อย --- นานๆ จะกินไม่หมดซ้าที) พอถึงเวลาเก็บเงินสรุปว่าโดนปล้นไป 30 B. (เซ็งเป็ด) แล้วก็เดินเลาะตามทางไปเรื่อย เข้าไปทางสวนพระนางเจ้าฯ แล้วก็เดินไปถ่ายรูปไป (แต่วันนี้ฝนเจ้ากรรมก็ดันตกตลอดทางแต่ก้อเปาะแปะอ่านะ ตั้งแต่ลง BTS แระ เล่นเอาเปียกทั้งตัวเหมือนกาน) มาเจอพี่ยามก้อถามเขาหน่อยไปสวนรถไฟอ่าทางไหน เพ่ เขาก็ชี้ เราก็เดินไปตามที่เขาว่า 9.00 น. ถึงสวนรถไฟโดยไม่รุตัว ไม่ได้เข้าด้านหน้าว่ะ แระก้อหาไม่เจอด้วย 55 พอทะลุเข้ามา รุตอนที่ไปถาม 2 คู่หู Duo คู่นึงกำลังวิ่งอยุ เขาก็บอกว่า ก็ที่นี่แหละ อ้าวหน้าแตกเลยกรุ
แต่ก้อขอบคุงเค้าไป เดินต่อๆไป เขาก็มีให้เช่ารถจักรยานนะ ก้อมีทั้งคนที่มาวิ่งออกกำลังกายและก็มานั่งเล่น(Sweet วี้ดวิ้ววว)อยู่ด้วย แล้วก็คนที่ปั่นจักรยานเล่น เดินต่อไปเรื่อยๆ แต่ก้อไม่เหงจุดที่ถูกจายเท่าไรอ่านะ แต่คิดในแง่ดี คิดว่ามาฝึกถ่ายรูปเล่นแระกาน ยิ่งสภาพอากาศไม่เปงใจด้วย หุหุ ก้อจำได้ว่ามานต้องมีสวนผีเสื้อยุ แต่ที่ไหนได้เราเดินอ้อมซ้าไกล เลยมารุอีกทีว่าตอนที่เดินกลับเนี่ย ถ้าเลี้ยวขวาก็ไปทางสวนผีเสื้อแระ แต่เราใช้เท้าที่ถนัดนำก่อนเลยเดินเลี้ยวซ้ายซ้างั้น 55 เดินตามทางมาเรื่อยๆจนกระทั่ง 10.25 น. 10.25 น. แวะหาน้ำกระแทกปากหน่อย เพื่องนึกได้ว่า ร้านเจ้ขาหมูเนี่ย เราไม่ได้กินน้ำเพราะคามอร่อยในข้าวเลยไม่กินน้ำเยย ตบ Ice Tea กระป๋องไป 15 B. และก็แวะเข้าไปดูอุทยานดอกไม้และผีเสื้อ(เจอแว้วว)
ที่นี่ดูโอเคเลยหนุกหนานๆ เป็นที่ประทับใจดี เหงผีเสื้อร่อนไปมา ก้อนั่งคิดแล้วกรุจาถ่ายไงดีหว่า เพราะพี่แกก้อบินตลอดไม่หยุดเลย ก้อเอาที่ได้ละกานวะ 555 หลังจากสำเร็จภาระกิจก็เหนื่อยแระ เดินกลับดีก่า แต่ก้อวนไปตามทางต่ออ่านะไม่เดินย้อนกลับกอเลยรู้ถึงสัจธรรมว่าถ้าเดินเลี้ยวขวาตอนแรกก็คงเจอเรวก่านี้ หุหุ
12.30 น. หมดแรงจิงๆว่ะ เดินกลับอ่าดีแระมาหา BTS โทรคุยกะเพื่อน ปอ (ไม่รุจาไปไหนดี) แต่ก้อเลยกลับห้องเลยละกาน
ดิ่งยาวเลยคราวนี้ แต่รุสึกเรวก่าตอนมาเพราะใช้เวลาไปกับการดูรูปซ้า แอบโทรหาพ่อซ้าหน่อย ไม่มีแม่ก็โทรหาพ่อก้อด้ายวะ ที่ไหนได้ พ่อหนีเที่ยวไปเมืองกาญ อีกแระ (เร็วเจงๆๆ) พอลงมา BTS อ่อนนุช รอรถเมล์ ที่ไหนได้รอนานเกิ้นนนน เลยกลับสู่สภาวะอีกครั้ง Taxi ซ้าหน่อยเดี๋ยวลงแดง 55 เสือกเจอ Taxi กวนตีนอีก เลยหมั่นไส้มัน สร้างสถานการณ์ให้มานต้องทอนเกินซ้าเลย แล้วมานก้อกลับไปพร้อมคามฉุน(เรื่องของมัน กวนตีนกรุดีนัก) เอาเป็นเวลารอบนี้ก้อสนุกกานไปอีก 1 รอบ July 26 Tiredเหนื่อยแล้ว
เหนื่อยแล้ว เพราะเราไปกันไม่ไหวจริงจริง เหนื่อยแล้ว ถึงวันที่เธอต้องทิ้งกันไป ให้จบเท่านี้ เหนื่อยแล้ว ที่เธอพูดมาก็เหมือนดูดี เธอบอกวันนี้ เหนื่อยแล้ว ฉันทนฟังเธอพูดพร่ำรำพัน แต่ใจมันแปลได้อย่างนี้.. * ฉันมันธรรมดาแถมหน้าตาก็ห่วย ฉันมันไม่ได้รวยยิ่งใหญ่เท่าฟ้า ฉันมันเดินบนดินเธอจะบินมากกว่า ฉันไม่มีเงินตรามาเอาอกเอาใจ ฉันมันธรรมดาแถมหน้าตาก็ห่วย ฉันมันเป็นตัวซวยมีแต่ปัญหา ฉันมันคนเพียงพอ เธอไม่พอมากกว่า ฉันไม่มีปัญญา เธอเบื่อ ไม่ทนแล้ว เหนื่อยแล้ว เพราะเราไม่เคยจะเห็นตรงกัน เหนื่อยแล้ว ถึงเธอจะมีแต่ฉันในใจ ไม่อยากไปไหน เหนื่อยแล้ว ที่ทำเพื่อเธอก็ซึ้งในใจ แต่อยู่ไม่ไหว เหนื่อยแล้ว ฟังคำดีดีเป็นร้อยเป็นพัน แต่แปลรวมกันได้อย่างนี้.. (ซ้ำ * ) บอกฉัน ชัดชัด ก็พอแล้ว บอกฉัน ชัดชัด ให้ซึ้งใจ (ซ้ำ * ) June 21 Afraidกลัว
เพราะว่าใจกลัว กลัวว่าเธอจะทิ้งกัน จากไปลืมคนที่เคยบอกรักกัน จมอยู่กับตัวเอง ติดอยู่กับเวลา ทำไมเธอไม่มา เธอหายไปนานเหลือเกิน ยังมีคนที่คอยอยู่ วันและคืนเฝ้าหมองเหม่อ ใครทำให้เธอห่างเหิน ผ่านไปแต่ละวัน ก็ยังหวั่นในใจ ว่ามันเกิดอะไร กับรักที่เธอให้มา เธอยังรักฉันรึปล่าว เธอมีใครสำคัญกว่า เพียงแค่คิดยังปวดร้าว เพราะว่าใจกลัว กลัวว่าเธอจะทิ้งกัน จากไปลืมคนที่เคยบอกรักกัน ลืมทุกๆอย่าง มันอ่อนล้าและสับสน จะต้องทำยังไง บอกกับเธอยังไง ความอึดอัดในใจ ที่ฉันทนมาตั้งนาน คนดีๆที่เคยห่วง นานวันไปยิ่งไกลห่าง เพียงคิดน้ำตาก็ไหล ...ใจกลัว กลัวว่าเธอจะทิ้งกัน จากไปลืมคนที่เคยบอกรักกัน ลืมทุกๆอย่าง มันอ่อนล้าและสับสน March 25 At leastอย่างน้อย
มีใครบางคนให้คำนิยาม ว่ารักคือความทุกข์
แตกต่างกับฉันที่มองว่ารัก คือความสุข * อาจจะเหนื่อยบางครั้ง อาจจะเจ็บบางที
แต่ก็ยิ้มได้เรื่อยมา อาจจะต้องผิดหวัง ก็ไม่เป็นไร ** อย่างน้อย ฉันเคยได้รักเธอ
รักด้วยการไม่หวังอะไร ก็รู้ฉันเองมันยังไม่ใช่ ไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น อย่างน้อยฉันได้เรียนรู้ ได้เข้าใจ ทุกนาทีที่ฉันมีเธอ ว่ารักคือความสุขที่ยิ่งใหญ่ และมีความหมายมากมายจริงๆ ความพยายามที่ทำเพื่อเธอ จะขอทำต่อไป
แค่มีรอยยิ้มของเธอส่งมา ก็ชื่นใจ หากมีในวันพรุ่งนี้ เธอจะตอบตกลง คงจะคุ้มค่ามากมาย แต่ถ้าต้องผิดหวัง คงจะไม่เสียใจ **,*,** February 22 CongratulationsCongratulations PE44 and TUE6 and P'ๆ
ก่อนอื่นก็คงต้องขอแสดงความยินดีกับเพื่อนๆทุกคนว่ะ(ตัวเองด้วยละกาน)
ในที่สุดเราก็ได้รับปริญญากันเสียที(จบ กัลลแล้วนะ) ก็เหนื่อยกานมากับวันซ้อมตั้งแต่วันที่ 16/02
จนกระทั่งเถิงวันรับจริงวันที่ 21/02 ไม่รุว่าเปงไงกานบ้าง แต่กรุรุสึกว่างานรับปรินยาครั้งนี้
เป็นงานที่ได้รวมญาติมิตรสหายหลายๆคนที่อยู่ทั้งใกล้และไกลให้ย้อนกลับมาได้พบและพูดคุยกาน
ก้อยอมรับนะว่าก้อคิดเถิงพวกเมิงกานอ่านะ (แม้ว่าจาไม่ค่อยได้คุยกานเท่าไรก้อตาม)
แต่กรุดีใจว่ะที่อย่างน้อยๆเราก้อได้กลับมาเจอกาน แม้จาช่วงเวลาสั้นๆก้อเหอะ เพื่อนเก่าตั้งแต่มัธยมก้อมาเจอกาน
เพื่อนที่อยู่แดนไกลก้อได้มาพบกาน
ยังไงก้อตามพวกเราก้อเปงบันดิดกานเตมตัวซ้าที ตอนนี้จาทำไรก้อควรนึกเถิงหน้ามหาลัยไว้
กรุก้อจาพยายามทำตัวดีๆ ก้อไม่รุจาเขียนไรแล้วว่ะ เริ่มง่วงแระ
ก็สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณ
N' Yui, N' Lek , N' Nay ,N' Kae ที่อุตสาห์มาช่วยถ่ายรูปและถือของให้
อาจารย์, เพื่อนๆ,พี่ๆ น้องๆ ชมรมทุกคนที่มาร่วมแสดงความยินดี
พี่ๆบริษัทที่อุตสาห์เดินทางจากบริษัทมาหา(แม้จาหากานเจอยากๆ)
น้องออนที่อุตหาห์ ถ่อมาจากนครปฐม เพื่อเอาตุ๊กตามาให้
ปาน+ดา ขอบคุนนะที่ยังไม่ลืมเพื่อนคนนี้
และอื่นๆอีกมากมาย ก่ายกอง
โดยเฉพาะ พ่อ กรุที่ส่งกรุจนเรียนจบ
และเพื่อนๆทุกคนที่ทำให้กรุเก็บคามทรงจำดีๆของพวกเราเอาไว้
อย่างไรก้อตามถ้ามีไรหรือคิดเถิงกานก้อโทรมาหาได้นะเว้ย คิดเถิงพวกเมิงทุกคน
0858623594 December 15 Togetherกันและกัน
ถ้าบอกว่าเพลงนี้ แต่งให้เธอ เธอจะเชื่อไหม
มันอาจไม่เพราะ ไม่ซึ้งไม่สวยงามเหมือนเพลงทั่วไป อยากให้รู้ ว่าเพลงรัก ถ้าไม่รัก ก็เขียนไม่ได้ แต่กับเธอคนดีรู้ไหม ฉันเขียนอย่างง่าย...ดาย เธอคงเคยได้ยินเพลงรักมานับร้อยพัน มันอาจจะโดนใจ แต่ก็มีความหมายเหมือนๆกัน แต่ถ้าเธอฟังเพลงนี้ เพลงที่เขียนเพื่อเธอเท่านั้น เพื่อเธอเข้าใจความหมายแล้วใจจะได้มีกันและกัน มีความจริงอยู่ในความรักตั้งมากมาย และที่ผ่านมาฉันใช้เวลาเพื่อหาความหมาย แต่ไม่นานก็เพิ่งรู้ เมื่อทุกครั้งที่มีเธอใกล้ ว่าถ้าชีวิตคือทำนอง เธอก็เป็นดังคำร้องที่เพราะและซึ้งจับใจ ให้มันเป็นเพลง บนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน อยู่ด้วยกันตราบนานๆ ดั่งในใจความบอกในกวี ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง คือทุกครั้งที่รักของเธอส่องใจ ฉันมีปลายทาง มีทางเดินให้เราเดินเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน มีทางเดินให้เราเดินร่วมเคียง และมีเสียงของเธอกับฉัน ก็ไม่รุว่าเปงไรว่ะ ช่วงนี้ฟังเพลงนี้แล้วรุสึกแปลกๆไงไม่รุว่ะ December 09 Man is tighted-lipped and woman which awaitingชายปากแข็งกับสาวที่เฝ้ารอ
''เขา'' เป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ที่ยังคงวิ่งไล่ตามความฝัน และยังคงค้นหาตัวเอง
''เขา'' เป็นเหมือนกับผู้ชายทั่วๆไป ไม่อ่อนหวานแต่อ่อนไหว ไม่แข็งแรงแต่แข็งกระด้าง
แสดงออกในสิ่งที่ตรงข้ามกับความต้องการของจิตใจ ไม่พูดคำว่ารัก ไม่แสดงออกว่า ''เขา'' รัก ''เธอ''
สิ่งเดียวที่เขามีให้อย่างเสมอต้นเสมอปลายก็คือ สายตาและความจริงใจ
''เขา'' คิดว่ามันน่าจะเพียงพอแล้ว และ ''เธอ'' ก็คงจะคิดเช่นเดียวกับ ''เขา''
ทุกครั้งที่ ''เขา'' คิดถึง ก็มักจะพูดแต่เพียงว่า ''ก็แค่อยากคุยด้วย''
มันคงจะดีกว่านี้ถ้า ''เขา'' กล้าที่จะยอมรับกับความต้องการของหัวใจตนเอง
''เธอ'' เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่ต้องการใครสักคน คนที่ ''เธอ'' รักและเป็นคนที่รัก ''เธอ''
''เธอ'' ยังคงเชื่อมั่นและศรัทธาในความรัก และหวังว่าสักวันจะต้องเจอคนที่เกิดมากันและกัน
''เธอ'' มักจะวางตัวนิ่งๆเฉยๆ เมื่ออยู่กับ ''เขา'' ไม่เคยบอกว่ารู้สึกเช่นไร สิ่งเดียวที่ ''เธอ'' ทำได้และทำเสมอมาก็คือการรอ
รอให้ ''เขา'' เปิดโอกาสให้กับ ''เธอ'' และกับตัว ''เขา'' เอง
รอสักวันที่ ''คนทั้งคู่'' เปิดหัวใจให้แก่กันและกัน
''เธอ'' หวังไว้เช่นนั้น หากแต่ ''เธอ'' เองก็ไม่เคบบอกเช่นกันว่าคิดถึง ''เขา'' มากมายเพียงไร
สิ่งที่ ''เธอ'' มักจะย้ำตลอดเวลา ''รักษาสุขภาพมากๆ'' มันคงจะดีกว่านี้ถ้า ''เธอ'' จริงใจกับความรู้สึกของหัวใจเธอเอง
เรื่องของคนทั้งคู่นี้ ไม่มีตอนจบ เพราะไม่มีตอนเริ่มต้น
ทั้งคู่ยังคงดำเนินชีวิตต่อไปตามวิถีทางที่ควรจะเป็น
พบเจอกันเพื่อความสุขใจ และเก็บเกี่ยวความรู้สึกดีๆเอาไว้
แต่ทั้งคู่ไม่สามารถที่จะรับรู้ความรักที่ต่างคนมีให้กันได้
เพราะต่างคนต่างเก็บซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง โปรดรู้เถิดว่า
มนุษย์มีตาไว้ดู มีหูไว้ฟัง มีหัวใจเอาไว้รู้จักความรัก
ความรักที่ไม่แสดงให้หัวใจอีกดวงได้รับรู้ ก็เป็นแค่
ความรู้สึกที่สูญเปล่า เป็นความรักที่ไร้ค่า
อย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไป จนไม่มีโอกาสจะแสดงความรัก
เพราะท้ายที่สุด ความรักคือชีวิต และชีวิตก็สถิตอยู่ในหัวใจ
December 02 Nearly death แมร่งช่วงนี้มันเกิดไรขึ้นกะชีวิตกรุวะเนี่ย
ทำงานมาแทบตายเงินเก็บก็ไม่ค่อยจามี(ใช้ไรหมดวะ งง)
เรื่องฟามรักก็ไม่ค่อยจาราบรื่นเลย(พูดเหมือนมีอยู่งั้นแหละ)
ก็ที่ไหนได้ล่าสุดไปมองอีกคนนึงอีกแระ(หารู้ไม่ ว่ากำลังสร้าง
ความซวยให้ตัวเอง)
ก็เมื่อวานนี้โทรหาสาวเจ้า ที่ไหนได้ผู้ชายที่ไหนรับก็ไม่รุ
ทั้งๆที่ก่อนหน้าก็คิดว่าไม่น่าจามีแควน สาวเจ้าก็ไม่ได้บอกซ้าด้วย
ไอเราอุตสาห์ถามตรงๆ แต่ดันไม่รุอีกว่าหล่อนมีเจ้าของแระ
พอคุยกะชายหนุ่มปริศนาคนนั้นทันทีครับ เราก็นึกว่าโทรผิดเลยพูดไปงั้น
เค้าก็เลยพูดขึ้นมาว่า โทรไม่ผิดหรอก โทรมาหา ... (ชื่อสาวเจ้า) ใช่ไหม
เราก็อึ้งไปนิดนึงสิครับ(ตกลงกรุโทรไม่ผิดเหรอวะ สงสัยกำลังจาซวยแระ)
เลยกดวางสายไปทันที ที่ไหนได้ชายหนุ่มปริศนายังคงโทรกลับมา
ชิบหายแระกรุ พอรับปั้บบบ แมร่งมีขู่ด้วยเว้ย เมิงจาเอาเมียกรุเป่า
อยากมีเรื่องใช่มะ บอกมาดิว่าอยู่ไหน เดี๋ยวไปยิงแมร่งเลยดีก่า(คำพูดของหนุ่มปริศนา)
กรุก้อนิ่งสิครับ ซวยเจี้ยๆๆ ไปเจอคนมีเจ้าของอีกแระ
ก็วางสายไปอีกแระ ดันโทรกลับมาอีก 2 รอบ รอบ 2 นี่เราก็รับไปกลายเป็นสาวเจ้าออกมาคุย
ว่าขอโทษนะ กรุเลยรุเลยว่า ดวงซวยจิงๆว่ะ ชายปริศนาเลยพูดขึ้นมาว่าไม่ต้องขอโทษ ขอโทษทำไม
แล้วก็แย่งโทรสับไปจากสาวเจ้า(เหมือนได้ยินเสียง ทะเลาะกาน) ชายหนุ่มเลยพูดขึ้นมาอีกว่า
คุนจาเอาเมียผมรุเป่า พูดกันตรงๆแบบลูกผู้ชายเลยดีก่า ถ้าจาเอาเดี๋ยวผมยกให้เลย
(เอ้า สาวเจ้าเปงผักปลาซ้างั้น) แล้วเค้าก็พูดมาต่อว่า เค้าอยุโตโยต้า จาเอาไงว่ามาเลยดีก่า
แต่จากคำพูดพทั้งหมดฟังดูน่าจาจัดอยุในกลุ่มของ เทคนิเชี่ยน(ไม่น่าจาเปง engineer)
แล้วเค้าก็พูดต่ออีกนะว่านายชื่อ บอล อยุ qa utac ใช่มะ เอาไงว่ามาเลยดีก่า(เสียงแมร่ง
ท่าทางจาเอากรุตายเลยนะเนี่ย) แมร่งดันรุ ตั้ง 2 คำถามแน่ะ กรุเลยว่าหงุดหงิดเล็กน้อย
แต่ก้อพยายามอดทน เพราะกรุผิดนี่หว่า เลยวางสายไป ไม่อยากพูดไร
เช้าปามาน 6.30 น. ชายปริศนาก็เอาเบอร์ของน้องเจ้าโทรมาหา เราก้อยังงัวเงียอยุ
ง่วงจาตาย เลยรับไปแบบมึนๆสะรึมสะรือ แมร่งมีพูดอีกนะว่าไม่ต้องมาทำเสียงยังงี้
กรุเลยฉุนเริ่มขึ้นเสียงกลับไปแระว่า เมิงเหี้ยไรของเมิง นี่มาน 6.30 นะเว้ย เวลากำลังหลับนอน
ปลายทางก็หงุดหงิดขึ้นมาต่ออีกว่า แล้วไงวะเมิงอยุไหนว่ามาเลยดีก่า เดี๋ยวไปเจอกานเลยดีก่า
บังเอินว่ายังมีสติอยุ เลยสงบลงหน่อยดีก่า(เพราะกรุผิดนี่หว่า) ก็เลยคุยไปคุยมาตามตรงว่า
กรุๆไม่รุว่าสาวเจ้ามีแฟนอยุ เลยขอโทษเขาไป แต่แมร่งก็ดันขะยั้นขะยอว่าจาเอาไงว่ามา
กรุก้อบอกไปว่ากรุไม่ยุ่งเว้ยกะคนมีเจ้าของ เอาเปงว่ากรุไม่เอาไรละกาน
ไปๆมาๆก็ขอโทษเขาไปอีกที จนเขาก็เริ่มเสียงผ่อนลงมาขอโทษกรุเหมือนกาน
ว่าเมื่อคืนเขาหงุดหงิดไปหน่อย เลยจบลงกานไป
แต่ก็ยังไม่แน่ใจนะว่ามานจาจบจิงหรือเป่า(คงต้งระวังตัวกานไป ยิ่งอยุคนเดียวอยุ) November 18 Very tiredจะรู้ว่าโลกนี้มันกว้างใหญ่ก็ต่อเมื่อ..... เราได้ออกเดินทาง
จะรู้คุณค่าของอะไรสักอย่างก็ต่อเมื่อ... เราได้เสียมันไป**
จะรู้ความหมายของฟ้าหลังฝนก็ต่อเมื่อ... เราผ่านพ้นมันมาได้**
จะรู้ว่ามีเรื่องอีกมากมายถ้า..... เราเปิดใจยอมรับฟัง**
จะรู้ว่าในหนังสือมีอะไรก็ต่อเมื่อ..... เราได้ลองเปิดอ่าน
จะรู้เวลาของดอกไม้บานก็ต่อเมื่อ... เราเฝ้าตามอยู่อย่างนั้น**
กว่าจะรู้ว่าเสียงหัวเราะมันมีค่าก็ต่อเมื่อ... เราเสียน้ำตาในสักวัน**
จะรู้ความในใจของกันและกันก็ต่อเมื่อ... เราพูดมันออกไป**
จะรู้อะไรที่เรียกว่าคิดถึงก็ต่อเมื่อ..... ในความคำนึงมีใครสักคน**
จะรู้ความหมายในคำว่ารักสักหนก็ต่อเมื่อ... มีใครบางคนให้หวั่นไหว**
จะรู้ว่าค่ำคืนนี้ไม่เงียบเหงาก็ต่อเมื่อ..... ทุกเรื่องเล่าได้มีโอกาสบอกไป
จะรู้ว่าทุกคำพูดหมดความหมายก็ต่อเมื่อ... คนๆนั้นไม่อยู่ให้บอก** November 07 Average age of human is 60 yearsคนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี 1 ปี เท่ากับ 365 วัน แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม...ไม่เลว 3,120 สัปดาห์ แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา แทบเบือนหน้าจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนัถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก เปล่าเลย ผมไม่ได้กลัวตาย ตรงกันข้าม ผมคิดว่าตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มันน้อยมาก หากคำนวณในเชิงตัวเลข ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน เพลงอีกหลายเพลงที่ยังไม่ได้ฟัง หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่เคยดู ความรู้สึกในใจมากมายที่ยังไม่เคยบอก พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป โอ๊ย...กลุ้ม สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามันน้อยเกินไปจริงๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้น คือ ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน นั่นแสดงว่า บางคนไม่ได้มีเวลาอยู่บนพื้นโลกถึง 21,900 วันหรอกนะ อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ อุแม่เจ้า... 2 คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึงสามพันแล้วเหรอเนี่ย คิดแบบนี้แล้วต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู กางปฏิทินออกกว้างๆ เพราะนี่คือวันเสาร์ที่เราเหลือ...บนพื้นโลก นี่เรากำลังอ่านอะไรบ้าบอ อยู่เนี่ยคิดมากไร้สาระ ฟุ้งซ่าน(รู้นะว่าพวกเธอคิดอยู่) .... ไม่เลย นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งนั้น หากเป็นความจริงที่เราไม่ค่อยได้มองมัน เอาล่ะ นี่คือ เรื่องจริงเรื่องหนึ่ง ที่คนส่วนใหญ่มองข้ามมันไป งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 18 ปี แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,235 วัน และผ่านคืน วันเสาร์มา ร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น...คำนวณเองบ้างซิว้อย!!! เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลาที่(คาดว่าน่าจะ)เหลืออยู่ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะยังไงกับมันดี แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวันๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้ เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า เงินเดือน บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ ไม่ก็เห็นเพียงว่า เพื่อนเรียน เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่ากูจะเป็นอะไรดี บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น แต่กลับปล่อยให้หัวใจตัวเอง เหลือแต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวันๆ ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ...ไอ้บ้า!!! และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม 'ฆ่าเวลา' ... ชีวิตมันว่างจัด ขนาดต้องนั่งฆ่าเวลากันเลย บอกตรงๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ ลองคิดแบบนี้บ้าง...ใช่แล้ว...เราจะเกิดความเสียดายเพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านอย่างที่เราไม่ได้ทำ ตายได้ยังไงหากฝันไม่สำเร็จ...ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย แต่ให้รีบทำทุกอย่างก่อน ที่จะตาย...ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้ เคยสงสัยมั้ย... ทำไมเราถูกกำหนดไม่ให้รู้วันตายของตัวเองเพราะมันจะทำให้เราไม่แยแสทุกสิ่งทุกอย่าง และตอบสนองความต้องการของตัวเอง ทั้งในทางดีและทางชั่ว และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่...มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า เอาแบบว่าถ้าตาย วันพรุ่งนี้ก็จะได้นอนตาหลับ เกิดโชคดีไม่ตายขึ้นมาเราก็จะได้กำไรในการอยู่ต่อเพื่อทำสิ่งดีที่ยังค้างคา ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า...พรุ่งนี้ชั้นจะตายแล้ว ทำในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก ตามฝันของเราไปสุดโต่ง...ต้องรีบแล้ว...เดี๋ยวตายยนะ...เตือนแล้วไง รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย... เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ)ตายแล้ว ใช้เวลา(ที่อาจจะ)สุดท้ายที่มีต่อกันไว้ กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อยๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอยให้สัมภาษณ์ยมบาล คนข้างบ้านเดินหน้าแป้นแล้นมาบอกกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพูพร้อม การ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง แต่เมื่อกี๊นี้ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทร.มา ปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย... แต่กว่าที่คนเป็นแม่จะได้รู้ข่าวร้าย ก็ ปาไป 5 วัน ซองในมือผมกลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้กลายเป็นพวงหรีดและทั้งหมดกลายเป็น แรงบันดาลใจที่อยากจะบอกว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ อ้าว!!! รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ เดี๋ยวตายซะก่อน...เสียดายแย่!!! October 11 It feel very goodมานช่างเปงช่วงเวลาที่ดี
ขอให้ช่วงเวลาดีๆอยุกับเหล่าไปนานๆ
ชอบเพลงนี้มากเลยว่ะ ฟังแล้วก้อรุสึกดี
แต่บางทีบางสิ่งบางอย่างมานก้อไม่เปงไปตามที่เราหวัง
เราคิดว่าใช่ แต่ที่จริงแล้วอาจไม่ได้เปงอย่างที่เราคิดเลย
เช่นเดียวกับการที่เรารุสึกดีกับใครสักคน มันคงไม่ใช่เรื่องที่ผิด
แต่การที่เข้าไปยุ่งเรื่องของเขาจนเกินขอบเขตหรือไม่มีลิมิตนั้น
ไม่คงเปงสิ่งที่ไม่สมควร แม้ว่าสิ่งที่เราเข้าไปยุ่งนั้นมันจะทำให้เรา
รุสึกสบายใจและอยากให้เวลาหยุดอยุอย่างนั้นไปนานๆก้อตาม
แต่ในบางครั้ง ถ้าเรามองย้อนหลังกลับไปว่า ถ้าเปงเราละ
เกิดมีใครเข้ามายุ่งกับคนของเรา เราจะรุสึกอย่างไร
หรือว่ามีใครเข้ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเรามากเกินไป
เราจะรุสึกอย่างไร มานคงรุสึกแย่และอึดอัดขึ้นมาทันทีละมั้ง
แต่เรื่องนี้ก้อยอมรับนะว่าไม่ได้คิดได้เองหรอก
แต่ก้อมีเพื่อนที่ดีมากมาย อุตสาห์มาเตือนสติในสิ่งที่เราทำ
ว่ามันเหมาะมันควรแล้วหรือ แต่ช่างมานเถอะคิดซ้าว่า
ช่วงเวลาดีๆเหล่านั้นมานก้อผ่านไปแล้ว ก้อขอให้มานไป
เราก้อไม่ควรจะเข้าไปเปงมือที่ 3 ของใคร
แต่ตอนนี้มานก้อมีเรื่องที่ดีสำหรับชีวิตการทำงานว่ะ
กรุผ่านโปรแระน้ะ แม้ว่าจาฟลุกก้อเหอะ ไม่รุเหมือนกานว่าผ่านมาได้ไง
แต่นึกไปนึกมาก้อคงคุ้มกับที่อยุทำงานดึกๆดื่นๆมั้ง
ยังไงเสาร์นี้ก้อจาเปงวันครบรอบของพวกเรา PE44(อุตสาหการรุ่น 44)
กรุก้อยังมั่นใจเว้ยว่าพวกเราจะยังเหนียวแน่นเหมือนเดิม
หวังว่าจามากันเยอะๆนะเว้ย กรุไม่เอาแบบ meeting นะเว้ย
คนน้อยๆเนี่ย กรุไม่เอา(ทำแบบตอนว้าก 555)
เมื่อยแระไว้เจอกานวันเสาร์เลยละกาน ใครจาจัดแสงโสมก้อบอกนะ
บังเอินยังยาจกเหมือนเดิม 555 October 07 Broken heart and Close one 's eyes only1st อกหัก[Bodyslam]
ความรัก...ต้องพังลงไป
อนาคตที่สุดก็ผ่านพ้นไป...เหลือเพียงหัวใจที่ยับเยิน
บาดแผล...ลึกเกินเยียวยา
ตื่นจากฝัน...เพราะถูกปลุกด้วยน้ำตา...
ทุรนทุรายหัวใจเหนื่อยล้า...
[*] ภาวนาให้ใจที่เจ็บจงเข้มแข็ง
แม้มันจะไร้เรี่ยวแรง จะฝืนลุกยืนให้ไหว..
คนๆเดียวมันไม่มีสิทธิ์ขนาดนั้น ไม่ทำให้ช้ำถึงตาย...
ยังไงต้องรับให้ได้...
[**] ชีวิตแค่โดนทำร้าย...
แต่ที่สุดมันต้องไม่โดนทำลาย...
แค่วันนี้หัวใจสลาย...
เตือนตัวเองว่าถึงยังไง ฉันยังต้องอยู่...
ความรักลวงหลอกมันก็แค่เจ็บปวด...
ไม่มีค่า...
ให้มันทำลายชีวิตไม่ได้...
กรีดแขน...ไม่ช่วยอะไร
ยิ่งตอกย้ำ ยิ่งกรีดยิ่งทำร้ายใจ...
ยิ่งทำเท่าไร ก็ยิ่งปวดร้าว...
[*] , [**]
[**]
[***] ต้องไม่ตาย ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ
[***]
2 nd แค่หลับตา[Bodyslam]
ฉันยังจำได้ดี (ว่าฟ้าครามช่างสวยงาม)
รอยยิ้มที่แสนสดใส (มีเธออยู่เต็มหัวใจ) วันนั้นเคยมีความสุขเท่าไร ทุกนาทีที่เคยมีเธอ แต่โลกคือการเปลี่ยนแปลง (ที่หมุนไปอย่างแน่นอน) เมื่อท้องทะเลเปลี่ยนไป (คลื่นลมรอนรอนและแรง) เมื่อความรักที่มีนั้นต้องจบ แต่ร่องรอยความรักยังเต็มดวงใจ [*] ดั่งเวลาเปลี่ยนคนเราที่สุดก็ต้องเปลี่ยน โลกทุกวันให้เปลี่ยนตามกาลเวลา ฉากแห่งความสุขจะนานแค่ไหนยังคงอยู่ ทุกนาทีที่ฉันหลับตา เก็บเรื่องราววันที่มีแต่เรา แต่หัวใจยังไม่ลืมเลือน ฟ้าครามสดใสหัวใจที่งดงาม ภาพความรักเปลี่ยนชีวิตเราให้แสนเบิกบาน เมื่อเธอนั้นก็ช่างสวยงาม ขอเพียงขอบคุณทุกวันที่แสนดีที่ฉันมี...เธอ รู้และได้เข้าใจ (ได้รักเองรู้เอง) พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร (ยังจดจำเธอเรื่อยไป) เมื่อความรักที่มีนั้นต้องจบ แต่ครั้งนึงชีวิตก็เคยมีเธอ [*]
รักเอย อยู่ที่ใด ยังฝันใฝ่ ยังคงตามหา (ยังคงตามหา) แท้จริง อยู่ไม่ไกล (ยังคงตามหา) เคยฝันใฝ่ แค่เพียงหลับตา แค่หลับตา เก็บเรื่องราววันที่มีแต่เรา แต่หัวใจยังไม่ลืมเลือน
ฟ้าครามสดใสหัวใจที่งดงาม ภาพความรักเปลี่ยนชีวิตเราให้แสนเบิกบาน เมื่อเธอนั้นก็ช่างสวยงาม ขอเพียงขอบคุณทุกวันที่แสนดีที่ฉันมี ... ฟ้าครามสดใสหัวใจที่งดงาม จดจำไว้ ครั้งนึงชีวิตฉันเคยได้รักเธอ...
September 27 Siao Dak2บังเอินว่าเกิดไม่มีไรทำ+คิดเถิงใครบางคนอยุเลยโพสเล่นแก้เซง
1.เธอไม่ต้องใช้กบเหลาดินสอหรอกนะ.............เพราะคำพูดและหน้าตาของเธอแหลม พอที่จะแทงใจฉันให้อ่อนได้ 2.อยากมีพาวเวอร์พอยต์ ............จะได้พรีเซ้นความรักของฉันที่มีต่อเธอได้ 3.ตายแล้ว!!! เธอรู้ไหม? เธอทำให้ขยะล้นโลกนะ...............เพราะหัวใจใช้แล้ว ของฉันที่เธอไม่ต้องการมันแล้วไม่สามารถรีไซเคิลได้ 4.เธอไม่ต้องแปลกใจหรอกนะที่หาชื่อตัวเองในพจนานุกรมไม่เจอ...........เพราะมันอยู่ในใจฉัน 5.ว่ากันว่าถอดสแควรูดน่ะมันถอดยากนะ........แต่ฉันว่าถอดเธอออกจากใจฉันมันยากยิ่งกว่าเสียอีก 6.เฮ้อ...เรามีแต่พาสเวิร์ดเข้าสู่อินเตอร์เน็ต......แต่ไม่มีเมซเซสเข้าสู่หัวใจเธอเลย 7.พรมแดนที่มนุษย์สร้างขึ้น ไม่ว่าจะพรมแดนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ก็ไม่มีพรมแดนไหนมาคั่นหัวใจเราสองให้ห่างไกลกันได้หรอก 8.ยังตัดสินใจไม่ได้ใช่ไหม เอางี้ โยนหัวก้อยกัน ถ้าออกหัว เธอมาเป็นแฟนฉัน ถ้าออกก้อย ฉันจะยอมเป็นแฟนเธอ 9.อยากเอาชีวิตฉันหรอ?.......ยิงเลยสิ....ยิงมาที่กลางหัวใจเลย...แต่เธอจะเจ็บหน่อยนะ เพราะในนั้นน่ะ...............มีเธออยู่ 10.ขอยืมลายมือสวยๆหน่อยได้ไหม....จะเอามาจดทะเบียนสมรส 11.เอามีดมาแทงเลยสิ แทงตรงหัวใจเลยนะ ฉันไม่เจ็บหรอก แต่เธอน่ะแหละที่จะเจ็บ.............เพราะเธออยู่ในใจเธอไง 12.ใช่สิ ฉันมันคนไร้หัวใจ...ก็เธอเอาหัวใจฉันไปหมดแล้วนี่ 13.ถ้าฉันมีปืน 2 อัน ฉันจะแบ่งให้เธอหนึ่งอัน.........เราจะได้มี GUN และ GUN ไง 15. ถ้าเธอเป็นโคลน ฉันจะเป็นค ว า ย............จะได้จมปลักรักเธอตลอดไป... 16.เดินดีๆ นะน้อง.......ระวังจะสะดุดรักพี่ล่ะ 17.ฉัน : นี่ๆรู้ไหม เวลาเห็นหน้าคุณทีไร มักจะเป็นโรคชักทุกทีเลยอ้ะ? เธอ : ?? โรคชักไรหรอคะ? ฉัน : โรคชักจะใจอ่อน 18. ฉันน่ะไม่ติงต๊องหรอก แต่ ThinkinG OF YoU 19. ฉัน : เมื่อวานนะเสียเวลาตั้งนาน เธอ : ทำไมเหรอ? ฉัน : หลงทางในหัวใจเธอ 20. ขอปรึกษาปัญหาหากฎหมายหน่อยได้ไหม........ข้อหาลักลอบแอบชอบผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดกฎหมายมาตราไหนครับ? 21. อยากเป็นแก้วน้ำ....เธอจะได้รินใจใส่ไว้ 22.ถึงแม้อับบลาฮัมลินคอล์นจะเลิกทาสไปแล้ว........แต่ทำไมหัวใจฉันยังตกเป็นทาสของเธออยู่เลย 23.ท่าทางเธอจะมีโชคนะ ฉันเป็นหมอดู.... ดูดวงจากหมายเลขโทรศัพท์..............ไหนบอกเบอร์มาสิ..ฉันจะทายให้ ((ขอเบอร์แบบเสี่ยวๆ)) 24.ผมจะต้องไปรับลอตเตอรี่มาขายล่ะครับ............เพราะความรักของคุณ..มันทำให้ผมตาบอดซะแล้ว 25.นี่เรารักเธอ...เธอโกรธเปล่า? กรณี1ไม่โกรธ งั้นเป็นแฟนกัน กรณี2 โกรธ งั้นก็รักเราคืนซะสิ 26." นี่ๆ ขอคำดิ!!!! " " คำว่า "รัก" น่ะ " ((เอาไว้เล่นตอนกินข้าว)) 27.ฉัน : เปิดบัญชีรึยัง? เธอ : เปิดแล้ว ฉัน : เหรอ..งั้นจะได้เอาใจไปฝาก 28.ฉัน : เธอมีญาติเป็นสไปเดอร์แมนรึป่าว? เธอ : ไม่มี... ฉัน : มิน่าไม่มีเยื่อใยให้บ้างเลย 29.จะเรอให้คุณฟัง.....เรอทัก--รักเทอ 30.เวลาคุยโทรศัพท์กัน เรา:ตัวเองถือหูโทรศัพท์ข้างไหนอยู่อ่ะ เค้า: ข้างซ้าย/ข้างขวา เรา:เค้ารักตัวเองนะ ตัวเองเปลี่ยนข้างถือได้ป่ะ? (เปี่ยนข้างแล้ว) เรา:ตัวเองถือหูโทรศัพท์ข้างไหนอ่ะ? เค้า:ข้างซ้าย/ข้างขวา เรา:เค้าเกลียดตัวเองแล้วอ่ะ เค้า:ทำไมอ่ะ? เรา:ก้อเค้ารักตัวเองข้างเดียวอ่ะ 31.เวลานั่งอยู่ เรา:ตัวเองๆ..เปลี่ยนที่นั่งได้ป่ะ? เค้า:อ้าว...แล้วให้เราไปนั่งไหนอ่ะ? เรา:มานั่งในใจเราไง... 32.เรา:เธอๆผมเรายาวยังอ่ะ? 1.เค้า:ยังไม่ยาวเลยอ่ะ... เรา:ยังยาวไม่พอจะมัดใจเธอเลยเหรอ 2.เค้า:ก้อยาวแล้วนิ เรา:ยาวพอจะมัดใจเทอได้ยังอ่ะ? 33.เวลาคุยโทรศัพท์กัน เค้า:อยู่ที่ไหนอ่ะ? เรา:อยู่ในใจเธอ เค้า:ทำอะไรอยู่อ่ะ? เรา:ทำใจไม่ให้รักเธอ 34.ฉัน : นี่เธอที่บ้านไม่มีเก้าxxx้ให้นั่งหรอ? เธอ : ทำไมคะ ??? ฉัน : ก็เธอชอบมานั่งในใจเรา 35.อยากเป็นกาแฟกระป๋อง..............จะได้เป็นหนี่งในใจคุณ 36.ถ้าฉันมีรองเท้าจะแบ่งให้เธอข้างหนึ่ง............เราจะได้อยู่คู่กันตลอดไปไง 37.ฉัน : แถวนั้นอันตรายครับระวังลื่นนะครับ... เธอ : ทำไมหล่ะคะ? ฉัน : ก้อหัวใจผม...ละลายอยู่แถวๆนั้นอ่ะครับ 38.โอ๊ย!!...อย่ากำแรง.............ยังไงเราก็ยอมเป็นลูกไก่ให้เธออยู่แล้วน่า 39.ช่วงนี้กำลังเบลอๆนะ...........เบลอว่ารักแถบ--แบบว่ารักเทอ 40. เรา : ที่บ้านมีน้ำมันมั้ยอ้ะ? เค้า : มีอ้ะ...ทำไม? เรา :จะได้เอามาทอดสะพานรักของเรา 41.เธอ : อากาศเย็นออกทำไมไม่ใส่เสื้อ ไม่หนาวเหรอไง? เรา : ไม่หนาวหรอก...เพราะอยู่ใกล้เธอแล้วอุ่นใจ ((ไว้เล่นตอนหน้าหนาว)) 42. เรา : ตัวเองแถวบ้านมีถ่านขายป่ะ? เธอ : มีดิ เรา : ฝากซื้อหน่อยได้ป่ะ? เธอ : จาเอาไปทำอะไรอ่ะ? เรา : เอามาเติมรักให้เต็ม 43.ฉัน: นี่เธอๆช่วยหันหน้ามาให้ฉันเห็นทั้ง 2 ข้างหน่อยซิ เธอ : ทำไมล่ะ? ฉัน : ก้อฉันไม่อยากหลงรักเธอข้างเดียวไง 44.ฉัน : โอ้ย..อยากเป็นเส้นเลือดใหญ่จังเลยอะ... เธอ : ทำไมล่ะ? ฉัน : ก็จะได้ใกล้หัวใจเธอไงละจ๊ะ 45.พบเธอทีไรก็เจอทุกทีเลย..............เจอละไม---ใจละเมอ 46.เรา:เธอๆมีเหรียญบาทป่ะ? เค้า:เอาไปทำไมหรอ? เรา:เอาไปโทรบอกแม่ว่าเราเจอเนื้อคู่แล้ว 47.เรา : เดี๋ยวพี่ซื้อนาฬิกาให้เอามั้ย? เค้า: จะให้หนูใส่ไปทำไมคะ? ตั้ง2เรือน..? เรา: ก็เราจะได้ไม่ลืมวันเวลาที่เราอยู่ด้วยกันไงล่ะจ๊ะ... 48.เดินๆอยู่ เรา : อ๊ะ ผึ้ง !!! ( พลางชี้นิ้วไปข้างหัวใจเค้า) เธอ : ??? เรา : เพิ่งจะรุ้ว่ารัก 49.เรา: เห็นคุณเเล้วอยากจะซื้อบริษัทการบินไทยให้จังเลย เค้า : ทำไมอ่ะ? เรา : ก้อมัน"รักคุณเท่าฟ้า"อ่ะ 50.ฉันเป็นโรคไตระยะสุดท้าย...........ไตหาหัวจาม--ตามหาหัวใจ 51.พระเยซูรักทุกคน................แต่ฉันไม่ใช่พระเยซูฉันจึงรักเธอคนเดียว 52.ใช่ฉันมันคนหลายใจ..................แต่รู้ไหมทุกใจมีแต่เธอคนเดียว 53.โอ๊ย!!เจ็บคออ่ะ....................ก็ความรักมันค้ำคอ 54.โอ๊ย!!เราเดินตกหลุมอ่ะ...........ตกหลุมรัก 55. เธอน่าขึงจังเลย..........ขึงทิด--คิดถึง 56.เค้า :นี่ๆ...เดี๋ยวคาบต่อไปเรียนชั้นไหนหรอ?? เรา : ชั้นรักเธอหล่ะ ((ใช้ตอนอยุ่ห้องเดียวกันระหว่างเปลี่ยนคาบ)) 57.เรา : หน้าอย่างคุณน่าจะเป็นเด็กช่างนะ เค้า : ??? เรา : ช่างน่ารักอะไรเช่นนี้ 58.เรา : เธอมีเข็มกะด้ายไหม? เค้า : เอาไปทำอะไรหรอ? เรา : เอามาเย็บใจน่ะสิ เห็นหน้าเธอ แล้วใจจะขาด 59.เรา : ของเราหายอ่ะ ไม่รู้ว่าลืมไว้ที่เธอป่าว? เค้า : ลืมไรไว้อ่ะ? เดี๋ยวช่วยหา... เรา : หัวใจเราไง 60.เรา : ดูท้องฟ้าสิเล็กจัง... เค้า : ทำไมหรอ? เรา : เขียนคำว่า รักเธอ ยังไม่พอเลยอ่ะ 61.เรา : ทำยังไงดีเราลืม? เค้า : ลืมอะไรหรอ? เรา : เราลืมเธอไม่ได้ 62.เรา : หิวจัง เธอ : ก็ไปหาอะไรกินสิ เรา : กะว่าจะสั่ง.... เธอ : ?? เรา : สั่งพิซซ่า หน้าความรัก สลัดผัก ความคิดถึง เฟรนชฟราย ความคำนึง คิดถึง&ห่วงใย 63.เรา : นี่รู้ป่ะ? เธอเป็นคนโลภมาก เค้า : เอ้า...เราโลภตรงไหน? เราทำไรผิดเนี๊ยะ? เรา : ก็เธอเล่นเอาหัวใจเราไปทั้ง 4 ห้องเลย 64. เรา : นี่ๆช่วยอะไรหน่อยได้มะ? เค้า : อ่า...ทำไรคะ? เรา : ช่วยเดินไปตรงกระจกแล้วบอกคนนั้นว่าเราคิดถึง 65. เรา : เหนื่อยมั้ยที่มาเดินเล่นในใจผม? เค้า : แหวะ...น้ำเน่า เรา : ถึงน้ำเน่าแต่ยังเห็นเงาจันทร์นะ... เค้า : โอ..เสี่ยวมาก เรา : เสี่ยวนักเพราะรักเธอ เค้า : นี่เธอเบลอป่าวเนี่ย? เรา : เบลอว่ารักแถบ-แบบว่ารักเธอ เค้า : กรรม กรรม กรรม กรรม ((รวมมิตร)) 66.เรา: รู้เปล่าว่าเที่ยวทะเลตอนไหนสวยที่สุด? เค้า : ตอนไหน เรา:ก็ตอนที่มีเธออยู่ด้วยไง 67.เรา : นี่ๆหันไปทางซ้ายหน่อยสิ เค้า : ทำไมอะ? เรา :น่า...หันหน่อยสิ เค้า: อะ...แค่นี้พอยัง เรา : อืมใช้ได้ๆ เค้า :ให้หันทำไมอะ? เรา : อยากให้ใจมันตรงกันหน่อยอะ 68. เรา : นี่ๆๆ..เราว่าเธอโดนแล้วนะ เค้า : โดนไร เรา : ก้อโดนเรารักแล้วไง 69.เรา : ทำไมวันนี้เรามองเธอเราเจ็บตาจัง เค้า : อ้าว...ทำไมเธอมองเราแล้วเจ็บตาล่ะ เรา : ก็เธอสวยเตะตางัย 70.เรา: เธอๆๆ เธอ: มีไรเหรอ? เรา: เก็บปากกาให้หน่อยดิ เธอ: นี่จ๊ะ..... เรา:แล้วอย่าลืมเก็บหัวใจเราที่ตกอยู่ข้างๆปากกาด้วยนะ 71. ถ้าคุณต้องออกไปนอกโลก คุณจะเอาของสิ่งใดติดตัวคุณไป?~ 1. รองเท้า / ไปวิ่งในหัวใจเธอ 2. กล่อง / ไว้เก็บใจของเธอ 3. เชือก / ไต่ขึ้นมาจากหลุมอวกาศที่เธอขุดไว้ 4. พลาสเตอร์ / แปะแผลใจ 5. หมอน / ฝันถึงเธอ 72.เรา: เฮ่ย !! อย่า!...... เค้า : อย่าอะไร? เรา:อย่าทำให้ฉัน ...รักเทอ 73.เรา: เอ่อ...โทษที เค้า : มีอะไรเหรอ? เรา : ช่วยยกขาหน่อยได้ไหม? เค้า : ทำไม? เรา : ก็เทอเหยียบหัวใจเราอยู่น่ะ 74. เรา : เธอตอนนี้อากาศเป็นไงมั่งอ่ะ? เค้า : ร้อนอ่ะ เรา : งั้นสงสัยเราให้ความอบอุ่นเธอมากเกินไป 75. เรา : เธอเป็นโรคหัวใจรั่วรึป่าว? เค้า : ทำไมหรอ? เรา : ก็เราใช้ความรักเติมเท่าไหร่ก็ไม่เต็มสัก September 23 Siao Dak(Example)Siao Dak(Example)
1. รู้มั้ยว่าเธอเป็นคนสองใจ เพราะคุณเอาหัวใจของฉันไปทั้งดวง
2. ถึงพี่จะเรียนมาน้อย แต่หัวใจพี่ให้เต็มร้อยนะ 3. หลงทางยังพอหาเจอ หลงเธอสิเหลือทน 4. ตอนเรียนเลขอาจารย์สอนให้คิดในใจ พอโตขึ้นมาฉันเลยคิดนอกใจใครไม่เป็น 5. นั่งคิดจนหัวหงอก เพียงแค่จะบอกว่ารักเธอ 6. แย่แล้ว เราลืม - ลืมอะไร - ลืมเธอไม่ลง 7. เรา อ ยา ก ทำ งา น กา ร บิ น ไ ท ย จา ง : เ พ ราะ จา ไ ด้ ร๊า ก เ ท อ ร์ เ ท่า ฟ้า 8. เวลาเห็นหน้าเทอแล้วอายจัง :อายเลิฟยู 9. ฟาร์มอะไรใหญ่กว่าฟาร์มโชคชัย - ไม่รู้ดิ - ก็ฟามรักที่เรามีให้เธอไง 10. คุณแพ้ยารึเปล่าคะ : เปล่าครับผมไม่ได้แพ้ยา แต่ผมแพ้หัวใจคุณ 11. มุขนี้ใช้ตอนขึ้นลิฟ-ชั้นไหนคะ – ชั้นรักเธอคับ 12. เธอโยนเป็นลูกบาสนะ : ไมอ่ะ-เราเป็นห่วง 13. เดินดีดีนะน้อง ระวังสะดุดรักพี่เข้าหละ อิอิ 14. พี่ว่าหั้ยพี่ไปส่งดีกว่า เพราะเดินอีกนานกว่าจาพ้นจัยพี่ 15. น้องนี่หน้าด้านจังเลยนะ มองด้านไหนก้อน่ารัก 16. ลายมือน้องสวยดีนะ ขอยืมไปจดทะเบียนสมรสกะพี่ที่อำเภอหน่อนสิ 17. วันเกิดเทอเราซื้อสบู่กะแป้งหั้ยนะ - ไมอ่ะ?? – ก้อทั้งรักทั้งแคร์งัย (สบู่ลักษ์ กะ แป้ง แคร์)
18. ผึ้ง ผึ้ง พึ่งรุ้ว่ารักเธอ 19. เทอลองมองไปข้างหน้าสิ – ทำไมล่ะ – เห็นอะไรไหม – ไหน - อนาคตของเราสองคนไง อิอิอิ 20. ขอตังหน่อยดิ จาเอาไปโทรบอกแม่ว่าเจอเนื้อคู่แล้ว 21. หน้าอย่างเธอ...ไม่อยู่ในสายตาเราหรอก : แต่...อยู่ในใจเรามากกว่า 22. คิดถึงเธอทุกลมหายใจ มากกว่านี้คงไม่ไหว เพราะหายใจไม่ทัน เสี่ยวแดก เอาลงมาได้ไงวะ
September 17 Difference between Secondary School and Universityความแตกต่างระหว่างมัธยม กับมหาวิทยาลัย
เรา...ได้อะไรหลายอย่างจากการเข้า แถวเคารพธงชาติ ก็ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังยืนเข้า แถวกันเป็นห้อง
เรา...รู้อะไรหลายอย่างจากกิจกรรม รักการอ่าน ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องส่ง อาจารย์
เรา... นั่งกินข้าวด้วยกันที่โรง อาหาร
เรา...เดินไปเรียนด้วย กัน ก็ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนเราจะนั่ง เรียนอยู่ทุกคน
เรา...พูดคุยเสียงดังโหวกเหวกเมื่อ อยู่ในห้องเรียน ก็ไม่ได้หมายความว่า เพื่อนๆ ทุกคนจะได้ยิน
เรา...กลับบ้านทุกเย็นหลังโรงเรียน เลิก
เรา...นัดไปเที่ยวกันในวัน หยุด แม้...ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยจะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะนัดเพื่อน ไปได้ครบทุกคน ถึงแม้กล้องดิจิตอลในมือถือเราจะมี ความละเอียดสูงสุดถึง 10 ล้านพิก เซล ก็ไม่ได้ความว่าจะเก็บภาพ เพื่อนๆ ได้ทุกคนพร้อมๆ กัน
|
|
|